結局、間に合わねぇな OTL
posted on 03 Nov 2009 00:00 by yukiruอัพบลอคได้เวลาพอดิบพอดี 00:00 น.ของวัน.... ช่วงนี้ยังทำงานค้างอยู่เลย ยากจริงยากจัง ซะจนงานไม่ค่อยคืบหน้าเท่าไหร่ ทำๆไปก็สงสัยว่า ตัวเรามันโง่เองที่แปลออกมาไม่ได้ หรืออ.แกเขียนสำนวนลึกล้ำเกินไป แต่งานก็ต้องเป็นงาน พยายามทำให้ดีที่สุด ยอมรับว่ามันทำให้ได้ประสบการณ์การทำงานแปลเพียบเลยล่ะ OTL เข้าเรื่องการอัพบลอคงวดนี้....
伯爵と妖精 : 白い翼を継ぐ絆
ได้มาแล้วล่ะค่ะ ซีรีย์伯爵と妖精 เล่มที่ 21! เล่ม 21เชียวนะ ไม่เคยอ่านนิยายยาวขนาดนี้มาก่อนเลยนะเนี่ย ขึ้นเล่ม20กว่าๆได้นี่สุดยอดไปเลย แต่เพราะงานไม่ค่อยคืบหน้าเท่าไหร่ ทำให้ช่วงวันหยุดที่ผ่านมา พลีเวลาช่วงวันหยุดไปอ่านไม่ได้ เพราะต้องทำงานให้คืบหน้ามากกว่านี้ก่อน (ノД`) แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ... วันเสาร์หลังเลิกงานและเป็นวันที่ได้นิยายกลับมาบ้านวันแรก ก็ไม่ได้แตะคอมแล้วหันมานั่งอ่านอย่างเอาเป็นเอาตาย เพราะถือคติว่าจะไม่ทำงานแปลวันที่ทำงานหลักอยู่แล้ว (แค่ทำงานที่ทำงานมาก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ให้นั่งแปลต่อหลังเลิกงานนี่ไม่ไหวง่ะ) สรุปว่า ณ.ตอนนี้อ่านจบไปได้ 3 บท กำลังอ่านบทที่ 4 อยู่ จากทั้งหมด 9บท
มาถึงเล่มนี้ "สายสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงปีกสีขาว" จากเล่มที่แล้วโดนแฟนๆติเรื่องการดำเนินเรื่องแบบกร่อยๆไปหน่อย(ไม่ใช่ไม่สนุกนะ แต่เขียนอะไรๆไม่ค่อยเคลียร์เท่าไหร่แหละ) มาเล่มนี้อ่านแล้ว ส่วนตัวรู้สึกได้อารมณ์เหมือนตอนอ่านเล่ม 11 花嫁修業は薔薇迷宮で ที่เป็นเล่มที่ชอบที่สุดยังไงยังงั้นเลย (เล่ม 11 นี่อารมณ์ละครหลังข่าวมากๆ เพราะลิเดียโดนตัวอิจฉาใส่ร้ายป้ายสีต่างๆนานา อ่านแล้วน่าสงสารสุดๆ แต่แน่นอนว่าเอ็ดการ์ต้องไม่เชื่ออยู่แล้ว เล่มนี้เลยมีคนชอบเยอะ) เพิ่งจะอ่านไปได้ 3 บท แต่เนื้อหาเข้มข้นหลายๆ ยังไม่ได้เน้นเรื่องเบาะแสเรื่องที่พวกลิเดียตามสืบอยู่เท่าไหร่ แต่เนื้อหาวงสังคมมันส์จริงๆ เล่มนี้เอ็ดการ์และลิเดียได้รับเชิญให้ไปบ้านของท่านดัชเชสเมสฟิลด์ แล้วก็ดันไปเจอะเข้ากับสาวน้อยที่เป็นญาติห่างๆจากตระกูลที่แท้จริงของเอ็ดการ์(คือถ้าไม่มีเรื่องเกิดขึ้นซะก่อน 2 คนนี้อาจได้แต่งงานกัน) แถมเธอคนนั้นยังตกหลุมรักเอ็ดการ์อีก ลิเดียที่ถูกขอร้องให้เป็นเพื่อนด้วยก็ทำใจลำบาก กลัวว่ายิ่งสนิทด้วยมากเท่าไหร่ สาวน้อยคนนั้นอาจมีโอกาสได้เจอเอ็ดการ์มากขึ้น ลามไปจนถึงเหตุที่สาวน้อยคนนั้นถูกลิเดียทำใจแข็งปฏิเสธเรื่องขอเป็นเพื่อน เธอเลยเดินโซเซไปชนไหแตก กลายเป็นเรื่องวุ่นวายไปกันใหญ่ แถมเอ็ดการ์ที่มั่นใจว่าต้องไม่เชื่อขี้ปากที่คนเขาไปลือกันว่าลิเดียเป็นคนผลักสาวน้อยคนนั้นก็ยังมาบอกให้ลิเดียไปขอโทษอีกฝ่ายซะอีก =__= อ่านแล้วหงุดหงิดเป็นบ้าเลยแฮะ ... สะใจตรงที่ท่านดัชเชสเมสฟิลด์โผล่ออกมาสอบถามเรื่องที่เกิด แล้วสรุปว่า ลิเดียไม่จำเป็นต้องขอโทษ เพราะเข้าใจความรู้สึกของลิเดียดีว่า ทำใจลำบากที่ต้องไปสนิทกับคนที่มาหลงรักสามีตัวเอง แถมยังบอกอีกว่าต้องมีเชื้อไฟอะไรอยู่แล้วแหงๆ ไม่งั้นเธอคนนั้นคงไม่หลงรักเอ็ดการ์แน่ (คุณป้า Good Jobมากๆ) ปล่อยให้เอ็ดการ์ยืน งง ซะอย่างนั้น .... บทหวานๆน่ะมีแน่นอน แต่เอาไว้พูดอีกทีหลังอ่านจบแล้วเพราะ ถ้าอ่านจบแล้วอาจอยากมาเขียนเพิ่มมากกว่านี้อีกมั้ง?
นิยายส่วนที่เหลือคงจะพยายามอ่านให้จบช่วงวันธรรมดาที่ไม่ทำงานแปลนี่แหละ พูดตรงๆ.... มีนิยายที่อยากอ่านมากๆอยู่ใกล้ๆแล้ว สมาธิทำงานหายไปเยอะ(จากที่แทบจะไม่มีอยู่แล้ว) ยิ่งเป็นพวกความอดทนต่อสิ่งยั่วยุต่ำอยู่ด้วย แล้วก็ ช่วงวันเสาร์ถึงวันจันทร์หน้า เคยวางแผนไว้นานแล้วว่าจะไปเที่ยวฮ่องกง 3 วัน 2 คืน เพื่อนได้ยินก็งงว่าไปทำไม เลยตอบไปว่า ตั๋วมันถูกดี (ค่าตั๋วไป-กลับ 1800บาท) ฟังแล้วอาจจะดูกระแดะ เพราะที่ผ่านเคยไปแต่ญี่ปุ่น(ไม่ได้ร่ำรวยอะไรหรอก ก็พยายามเก็บเงินทำงานไปเที่ยวนั่นแหละ) เลยรู้สึกตื่นเต้นกับประเทศที่อ่านไม่ออกมากๆ... ภาษาจีนพูดไม่ได้เลย อังกฤษก็งั้นๆ(ค่อนไปทางแย่)อีก OTL ........ตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นยังไม่ค่อยคิดอะไร เพราะพอฟัง พออ่านออก(อันนี้สำคัญ) ปกติมันต้องกลับกันเนอะ -___-" ส่วนใหญ่คนอื่นมักบอกว่า ไปอย่างฮ่องกงนี่สบายจะตาย ญี่ปุ่นสิที่ลำบากกว่าเพราะทางโน้นล่อภาษาญี่ปุ่นไปซะ 90 เปอเซนต์เวลาสื่อสาร คือ ส่วนตัวแบบ ไม่ได้เก่งอะไรนะ ไอ้ภาษาญี่ปุ่นเนี่ย(พูดก็ไม่คล่อง โง่ไวยากรณ์อีก) แต่มันรู้สึกใจชื้นกับโล่งใจกว่ากันเยอะเลยยังไงไม่รู้แฮะ
สุดท้ายก็ทำงานเสร็จไม่ทันไปเที่ยวจนได้ หวังว่าอัพบลอคครั้งหน้างานที่ทำค้างอยู่คงจะเสร็จแล้ว....
*********************************************
ตอบคุณ salemanbps - โอโตเมนนี่ ถ้าไม่มีอะไรอ่านก็ลองอ่านดูก็ดีนะคะ ถ้าชอบแนวคอเมดี้ด้วยก็น่าอ่านค่ะ... ตอนแรกยืมเพื่อนอ่านเอาน่ะค่ะ อ่านถึงเล่ม 2 มั้ง แล้วเห็นมันยังตลกดี เลยซื้ออ่านเองเรื่อยมาตลอด ช่วงเล่ม 3-4ไปก็ยังตลกนะคะ มีช่วงเล่ม 6-7นี่ เนื้อเรื่องจะออกอืดๆหน่อยค่ะ
ตอบคุณ yashiro - เรื่องเอมม่านี่ แรกๆจะยังไม่ค่อยมีอะไรนะคะ แต่ยิ่งอ่านไปเรื่อยๆ ลายเส้นกับความลึกซึ้งของเรื่องจะค่อยๆเลเวลอัพค่ะ โดยเฉพาะช่วงเล่ม 4 เป็นต้นไปนี่ สุดยอดมากๆเลย เพราะอ.โมริไม่ได้เขียนแค่คู่พระ-นางนะคะ แต่ถ่ายทอดเรื่องราวของตัวละครแวดล้อมอื่นๆด้วย ^^ ขอรับประกันค่ะว่าเป็นนักเขียนที่มีคุณภาพคนนึงเลย ช่วงที่ซื้ออ่านนี่ จำได้ว่า ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าสนุกมากๆซะจนถอยยกชุดกลับมาอ่านรวดเดียวเลยล่ะค่ะ
ตอบ คุณ maki - ตัวละครชายใน kimi ni todoke น่ารักดีนะคะ ^^ อ่านแล้วหัวใจชุ่มชื้นพอสมควรเลย
ตอบ คุณ pyyyyddeeee(ในคอมเมนท์เก่าที่ถามมา) - starry sky เป็นโปรเจคจาก honee bee ค่ะ คือสร้างตัวละครชายขึ้นมา 12 คนและกำหนดให้แต่ละคนแทนราศีในแต่ละเดือน(ซึ่งแต่ละคนก็จะเกิดกันคนละเดือนเวียนไปจนครบ 12 เดือน) แล้วทางค่ายก็แบ่งกลุ่มตัวละครทั้ง 12 คนนี้เป็น 4 กลุ่ม ออกเกม 4 ภาคค่ะ(ภาคละ 3 คน)ออกเกมเรียงตามฤดู เท่าที่ออกตอนนี้ก็มี 3 ภาคแล้วคือ spring-summer-autumn ค่ะ ส่วน winter ภาคสุดท้าย(?) ก็คงจะอีกไม่นานนี้แหละค่ะ เพราะนี่ก็ใกล้จะเข้าฤดูหนาวแล้ว แต่นอกจากจะมีเกมแล้ว ในแต่ละเดือนทางค่ายก็จะออก drama cd เรียงตามเดือนเกิดของหนุ่มๆทั้ง 12 คนด้วยค่ะ เป็นพวก cd รวมบทพูด บทบรรยากาศความรู้สึกของหนุ่มๆแต่ละคนที่มีต่อนางเอก(ตัวเรา)น่ะค่ะ (แบบว่าสมัยนี้ญี่ปุ่นเขาจะนิยมออกซีดีประเภทที่มีนักพากย์เสียงเท่ๆมาพูดอะไรหวานๆตามบทบาทต่างๆเยอะเลยล่ะค่ะ) สรุปว่า คำตอบของคำถามที่ถามมานี่ ตอบว่าเป็นเกม? น่าจะใกล้เคียงที่สุดนะคะ คอมิคยังไม่มีก็จริง แต่ช่วงนี้ก็เริ่มมีสนพ.ออกพวก anthology พิมพ์ออกมาบ้างแล้วด้วยน่ะนะคะ ^^







